Designing Systems That Work · ภาค 2 — เข้าใจว่าทำไมงานจึงช้า แม้ทุกคนดูยุ่ง

บทที่ 8

กำลังการผลิตบนกระดาษ ไม่ใช่กำลังการผลิตที่ส่งมอบได้จริง

EFFECTIVE CAPACITY · AVAILABILITY · LOSS · DOWNTIME

ก่อนเพิ่มคน เครื่องจักร หรือกะ ต้องเห็นก่อนว่ากำลังที่หายไปเกิดจากการหยุด รอ เปลี่ยนงาน หรือแก้งานตรงใด

ทีมผู้บริหารของโรงงานแห่งหนึ่งเห็นว่ายอดสั่งซื้อกำลังเพิ่มขึ้น จึงคำนวณว่าเครื่องจักรที่มีอยู่ผลิตได้ 10,000 ชิ้นต่อวัน ขณะที่ความต้องการของลูกค้าเริ่มใกล้ 9,000 ชิ้นต่อวัน

ข้อสรุปดูชัดเจน: กำลังการผลิตใกล้เต็มแล้ว ต้องซื้อเครื่องใหม่

แต่เมื่อทีมลงไปดูการทำงานจริง พวกเขาพบว่าเครื่องจักรไม่ได้ผลิต 10,000 ชิ้นต่อวันอยู่แล้ว บางวันเครื่องหยุด (downtime) เพราะรอวัตถุดิบ บางวันใช้เวลานานกับการเปลี่ยนรุ่น บางวันต้องหยุดเพื่อแก้ปัญหาคุณภาพ และบางวันผลิตได้ตามจำนวนแต่มีงานส่วนหนึ่งต้องย้อนกลับไปคัดแยก

กำลังการผลิตตามทฤษฎีกับกำลังที่ส่งมอบได้จริงจึงเป็นคนละตัวเลข

หากองค์กรตัดสินใจเพิ่มเครื่องจักรจากตัวเลขบนกระดาษ อาจลงทุนมากโดยไม่ได้แก้สาเหตุที่ทำให้กำลังเดิมหายไป และปัญหาเดิมอาจถูกย้ายไปเกิดกับเครื่องใหม่แทน

กำลังการผลิตมีมากกว่าหนึ่งความหมาย

เมื่อคนพูดว่า “กำลังการผลิต” เขาอาจกำลังพูดถึงตัวเลขคนละประเภท

กำลังตามแบบ คือจำนวนสูงสุดที่เครื่องจักรหรือกระบวนการทำได้ภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสมที่สุด เช่น เครื่องจักรเดินต่อเนื่อง ไม่มีการหยุด ไม่มีของเสีย ไม่มีการเปลี่ยนรุ่น และมีวัตถุดิบพร้อมตลอดเวลา

ตัวเลขนี้มีประโยชน์สำหรับเข้าใจขีดจำกัดทางเทคนิคของเครื่องจักร แต่ไม่ควรถูกใช้เป็นตัวเลขส่งมอบให้ลูกค้า

กำลังตามแผน คือจำนวนที่องค์กรคาดว่าจะทำได้หลังหักเวลาพัก เวลาบำรุงรักษาตามแผน และเงื่อนไขการทำงานปกติบางส่วนออกแล้ว

แต่ตัวเลขที่สำคัญที่สุดคือกำลังการผลิตที่มีประสิทธิผล (effective capacity) คือกำลังที่ระบบสามารถสร้างสินค้า หรือส่งมอบงานที่ผ่านข้อกำหนดได้จริง ภายใต้ความผันแปร การหยุด การเปลี่ยนงาน การรอ และข้อจำกัดที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน

หากต้องใช้ตัวเลขใดในการรับคำสั่งซื้อ วางแผนกำลังคน หรืออนุมัติการลงทุน ตัวเลขนั้นควรใกล้กับ effective capacity มากกว่ากำลังตามแบบ

การใช้กำลังตามแบบเป็นฐานของแผน ทำให้องค์กรตั้งความคาดหวังไว้บนเงื่อนไขที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง และทุกครั้งที่แผนพลาด คนหน้างานจึงต้องทำ OT หรือใช้วิธีเร่งด่วนเพื่อชดเชยช่องว่างนั้น

EXHIBIT 8.1 · สามความหมายของกำลังการผลิต
ที่มา: Theoretical · Planned · Actual Capacity

รูปที่ 31 — จาก 1,000 เหลือ 650 และหายไปกับอะไรบ้าง

รูปที่ 31 — จาก 1,000 เหลือ 650 และหายไปกับอะไรบ้าง

  • ตามทฤษฎี — ใช้เทียบสมรรถนะเครื่องและประเมินเพดานสูงสุด ไม่ใช้วางแผน
  • ตามแผน — หักเวลาพัก เปลี่ยนกะ และบำรุงรักษาที่วางไว้แล้ว
  • จริง — หักทุกอย่างที่เกิดขึ้นประจำ รวมของเสียและการรอ ใช้สัญญากับลูกค้าได้

ให้ดูอะไร   ช่องแดงสองช่อง คือส่วนที่แผนมักไม่นับ
อ่านผิดบ่อย   คิดว่าการใช้ตัวเลขจริงคือการลดมาตรฐาน ทั้งที่มันคือการเลิกโกหกแผน

เวลาที่เครื่องพร้อมผลิตจริง สำคัญกว่าความเร็วสูงสุดของเครื่อง

ความพร้อมใช้งาน (availability) คือสัดส่วนของเวลาที่เครื่องจักรหรือทรัพยากรพร้อมทำงาน เมื่อควรจะต้องทำงาน

เครื่องจักรอาจมีความเร็วสูงมาก แต่หากหยุดบ่อยเพื่อรอช่าง รอวัตถุดิบ รอการอนุมัติ หรือรอการตัดสินใจ ความเร็วสูงสุดนั้นไม่มีความหมายมากนักต่อการส่งมอบจริง

ในทางกลับกัน เครื่องจักรที่ไม่ได้เร็วที่สุด แต่อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานสม่ำเสมอ มีอะไหล่ที่จำเป็น มีวิธีตั้งเครื่องที่ชัด และมีคนแก้ปัญหาเบื้องต้นได้ อาจสร้างผลลัพธ์ให้ระบบได้มากกว่า

Availability จึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นตัวเลขของฝ่ายซ่อมบำรุงเพียงฝ่ายเดียว เพราะสาเหตุที่ทำให้เครื่องไม่พร้อมอาจไม่ได้มาจากความเสียหายทางเทคนิคเสมอไป

เครื่องจักรอาจหยุดเพราะวัตถุดิบไม่พร้อม เพราะแผนเปลี่ยนกะทันหัน เพราะชิ้นงานรอตรวจ เพราะผู้ปฏิบัติงานยังไม่ได้รับข้อมูลรุ่นใหม่ หรือเพราะข้อผิดพลาดเล็กน้อยถูกปล่อยให้สะสมจนต้องหยุดแก้เป็นเวลานาน

การทำให้ availability ดีขึ้นจึงต้องดูทั้งเครื่องจักรและระบบที่ล้อมรอบเครื่องจักรนั้น

กำลังการผลิตไม่ได้หายไปครั้งเดียว แต่มักรั่วออกทีละเล็กน้อย

การสูญเสียกำลังการผลิต (loss) คือเวลาหรือความสามารถที่ระบบควรใช้สร้างผลลัพธ์ได้ แต่กลับสูญหายไปกับสิ่งที่ไม่ช่วยให้ส่งมอบงานที่ผ่านข้อกำหนด

การสูญเสียบางอย่างมองเห็นง่าย เช่น เครื่องจักรเสีย งานที่ต้องทิ้ง หรือเวลาที่ต้องหยุดเพื่อซ่อม แต่หลายอย่างเกิดขึ้นทีละเล็กน้อยจนไม่ถูกบันทึก

เครื่องเดินช้ากว่ามาตรฐานเล็กน้อย พนักงานต้องรอคนยืนยันการตั้งค่า งานชิ้นแรกหลังเปลี่ยนรุ่นต้องแก้หลายครั้ง วัตถุดิบเข้ามาไม่ตรงเวลา หรืองานผลิตเสร็จแล้วแต่รอผลตรวจจนไม่สามารถส่งต่อได้

แต่ละเหตุการณ์อาจดูเล็กเกินกว่าจะเป็นเรื่องสำคัญ ทว่าเมื่อเกิดซ้ำทุกวัน มันรวมกันเป็นกำลังที่หายไปจำนวนมาก

องค์กรที่ต้องการรู้กำลังการผลิตจริง จึงไม่ควรถามเพียงว่า “วันนี้ผลิตได้เท่าไร” แต่ควรถามว่า “เวลาที่ควรผลิตได้หายไปกับอะไรบ้าง”

การแบ่งเวลาที่สูญเสียเป็นหมวดง่าย ๆ เช่น รอวัตถุดิบ เปลี่ยนงาน เครื่องขัดข้อง รอการตัดสินใจ ปัญหาคุณภาพ และการทำงานช้ากว่ามาตรฐาน จะช่วยให้ทีมเห็นรูปแบบที่นำไปสู่การแก้ปัญหาได้

ไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วยระบบเก็บข้อมูลที่ซับซ้อน การบันทึกอย่างสม่ำเสมอในระดับที่คนหน้างานใช้ได้จริง มีค่ามากกว่าตัวเลขละเอียดที่ไม่มีใครเชื่อหรือไม่มีใครนำไปใช้

EXHIBIT 8.2 · OEE
ที่มา: Overall Equipment Effectiveness · สามตัวคูณกัน

รูปที่ 33 — สามตัวประกอบที่คูณกันเป็นผลลัพธ์เดียว

รูปที่ 33 — สามตัวประกอบที่คูณกันเป็นผลลัพธ์เดียว

  • เครื่องหยุด — แก้ด้วยการบำรุงรักษา การลดเวลาเปลี่ยนรุ่น และการจัดของให้พร้อม
  • เครื่องช้า — แก้ด้วยการตั้งค่า สภาพเครื่อง และการหยุดสั้นที่ไม่เคยถูกบันทึก
  • ของเสีย — แก้ด้วยคุณภาพในกระบวนการ ไม่ใช่การเพิ่มจุดคัด

ให้ดูอะไร   แต่ละตัวอาจดูดีทั้งสามตัว แต่ผลคูณเหลือน้อยกว่าที่คิดมาก
อ่านผิดบ่อย   ไล่ให้ OEE สูงทุกจุด ทั้งที่จุดที่ไม่ใช่ข้อจำกัดจะได้ผลเป็นงานค้างเท่านั้น

ก่อนเพิ่มกำลัง ต้องทำให้กำลังที่มีอยู่มองเห็นได้ก่อน

การซื้อเครื่องจักร เพิ่มคน หรือเพิ่มกะ เป็นการตัดสินใจที่มีต้นทุนสูงและมักย้อนกลับได้ยาก จึงควรเป็นคำตอบหลังจากองค์กรเข้าใจแล้วว่า กำลังปัจจุบันถูกใช้ไปอย่างไร

บางครั้งการลดเวลาตั้งเครื่องเพียงเล็กน้อย ทำให้กำลังที่ใช้ได้เพิ่มขึ้นมากกว่าการเพิ่มพนักงานหนึ่งคน บางครั้งการทำให้วัตถุดิบพร้อมก่อนเริ่มกะ ช่วยลดเวลาหยุดได้มากกว่าการซื้อเครื่องใหม่ และบางครั้งการแก้ปัญหาคุณภาพต้นทาง ทำให้กำลังที่เคยใช้ไปกับการคัดแยกและแก้งานกลับคืนมา

นี่ไม่ได้หมายความว่าองค์กรไม่ควรลงทุนเพิ่มกำลังการผลิต แต่หมายความว่าการลงทุนควรเริ่มจากความเข้าใจว่า กำลังที่มีอยู่หายไปตรงไหน และทางเลือกใดคืนกำลังให้ระบบได้คุ้มค่าที่สุด

เมื่อองค์กรรู้คำตอบนี้ การลงทุนใหม่จะไม่ใช่การซื้อความหวัง แต่เป็นการเลือกเพิ่มความสามารถตรงจุดที่ระบบต้องการจริง

สิ่งที่ผู้นำต้องตัดสินใจ

ก่อนเพิ่มคน เครื่องจักร หรือกะ ผู้นำควรถามว่า

กำลังการผลิตไม่ได้อยู่ในสเปกของเครื่องจักรเพียงอย่างเดียว

มันอยู่ในทุกเงื่อนไขที่ทำให้เครื่อง คน และงาน สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ส่งมอบได้จริง