ผู้รับจ้างช่วงช่วยให้โรงงานรับงานที่ใหญ่ขึ้น เร็วขึ้น หรือใช้กระบวนการที่ลงทุนเองไม่คุ้มค่า เขาอาจเชี่ยวชาญกว่าในงาน PWHT, NDT, machining, coating, cladding หรือ welding process เฉพาะทาง
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ส่งออกไปพร้อมชิ้นงานไม่ได้:
ความรับผิดชอบของโรงงานต่อ commitment ที่ให้ไว้กับลูกค้า
ลูกค้าอาจไม่สนใจว่า PWHT ทำในเตาของโรงงานหรือทำที่ผู้รับจ้างช่วง เขาไม่สนใจว่า NDT report ถูกออกโดยทีมภายในหรือบริษัทภายนอก เขาตัดสินจากผลิตภัณฑ์ที่ได้รับ หลักฐานที่ส่งมอบ และความสามารถของโรงงานในการอธิบายว่ากระบวนการสำคัญถูกควบคุมอย่างไร
ผู้รับจ้างช่วงจึงไม่ใช่ทางออกจากความรับผิดชอบ แต่เป็นส่วนขยายของระบบควบคุมของโรงงาน
สิ่งที่จ้างออกได้ กับสิ่งที่ยังต้องเป็นของโรงงาน
โรงงานอาจจ้าง welding, PWHT, NDT หรือกระบวนการพิเศษอื่นออกไปได้ แต่ไม่ควรจ้างออกโดยไม่มีเจ้าของเรื่องต่อไปนี้
-
การตีความ requirement ของลูกค้าและ product code
-
การตัดสินว่า procedure, qualification และผู้รับจ้างช่วงเหมาะกับงานหรือไม่
-
การกำหนดว่าอะไรต้องควบคุมและต้องมีหลักฐานใด
-
การอนุมัติ deviation และ repair ที่กระทบ commitment
-
การทบทวนหลักฐานก่อนรับมอบและก่อนส่งมอบลูกค้า
-
การตัดสินใจว่า defect หรือความไม่สอดคล้องมีผลต่อผลิตภัณฑ์ที่โรงงานรับผิดชอบหรือไม่
กล่าวง่าย ๆ คือ โรงงานจ้าง “กิจกรรม” ได้ แต่จ้าง “ความเสี่ยง” ออกไปไม่ได้
หากผู้รับจ้างช่วงเชื่อมผิด WPS, ทำ PWHT ไม่ครบ cycle, ใช้ผู้ตรวจที่ไม่ตรง requirement หรือส่ง report ที่ไม่สามารถผูกกับชิ้นงานได้ ลูกค้าไม่ได้รับผลกระทบจากชื่อผู้รับจ้างช่วง เขาได้รับผลกระทบจากผลิตภัณฑ์ที่โรงงานส่งมอบ
ISO 3834-2:2021 ข้อ 6 เขียนเรื่องนี้ไว้ตรงตัว ผู้รับจ้างช่วงทำงานภายใต้คำสั่งและความรับผิดชอบของผู้ผลิต และต้องเป็นไปตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องของมาตรฐานครบถ้วน ผู้ผลิตต้องส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากการทบทวนทั้งสองชั้นให้ผู้รับจ้างช่วง ต้องมั่นใจว่าผู้รับจ้างช่วงทำตามข้อกำหนดคุณภาพได้ และผู้รับจ้างช่วงต้องส่งบันทึกและเอกสารตามที่ผู้ผลิตกำหนด ส่วน ISO/TR 3834-6:2007 ข้อ 10.2 ให้แนวทางว่าผู้รับจ้างช่วงอาจอยู่ในระดับเดียวกับหรือสูงกว่าผู้ว่าจ้าง และระดับที่ต่ำกว่าอาจเหมาะได้ในบางกรณี ขึ้นกับขอบเขตของงานที่จ้าง
เริ่มจากการแบ่งประเภทงานภายนอกตามความเสี่ยง
ไม่ใช่งานภายนอกทุกประเภทต้องใช้ระดับการควบคุมเท่ากัน การส่งชิ้นงานไปตัดหรือทำ machining ทั่วไปอาจใช้การตรวจรับที่ต่างจากการส่ง pressure component ไปทำ local PWHT หรือส่งรอยเชื่อมวิกฤตไปตรวจ UT
โรงงานควรแบ่งงานภายนอกอย่างน้อยเป็นสามกลุ่ม
| กลุ่มงาน | ลักษณะ | แนวทางควบคุม |
|---|---|---|
| งานสนับสนุนทั่วไป | ผลกระทบต่อคุณภาพงานเชื่อมจำกัด และตรวจรับได้ง่ายเมื่อกลับมา | ระบุ requirement พื้นฐาน ตรวจรับผลลัพธ์ และติดตาม performance ตามความเหมาะสม |
| งานที่มีผลต่อคุณภาพ | กระทบ dimension, surface condition, material condition หรือการเข้าถึงรอยเชื่อม | ต้องมี work scope, acceptance criteria, traceability และการตรวจรับชัดเจน |
| Special process หรืองานวิกฤต | Welding, PWHT, NDT, repair, cladding หรือกระบวนการที่ผลลัพธ์ตรวจยืนยันปลายทางได้ไม่ครบ | ต้องประเมิน capability ล่วงหน้า ควบคุม procedure, personnel, equipment, hold point, record และการจัดการ deviation อย่างเข้มงวด |
การจัดกลุ่มเช่นนี้ช่วยให้โรงงานไม่ควบคุมทุก supplier หนักเกินจำเป็น และไม่ปล่อยให้งานสำคัญอยู่ภายใต้ purchase order ที่ระบุเพียง “ดำเนินการตามมาตรฐาน”
ประเมิน capability ก่อนส่งงาน ไม่ใช่หลังเกิดปัญหา
การเลือกผู้รับจ้างช่วงจากราคาและกำหนดส่งมอบเพียงอย่างเดียวอาจเหมาะกับงานบางชนิด แต่ไม่พอสำหรับงานที่มีผลต่อ integrity ของรอยเชื่อม
ก่อนอนุมัติผู้รับจ้างช่วงสำหรับงานสำคัญ โรงงานควรประเมินอย่างน้อยว่า
-
เขาเข้าใจ requirement, code และ acceptance criteria ของงานหรือไม่
-
มี procedure ที่เหมาะกับงานจริงหรือไม่
-
บุคลากรที่ปฏิบัติงานและตรวจมี qualification ตามที่ requirement ต้องการหรือไม่
-
เครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์วัดเหมาะและน่าเชื่อถือหรือไม่
-
มีระบบ material identity, consumable control, equipment maintenance และ calibration หรือไม่
-
สามารถควบคุม record และ traceability ในระดับที่โรงงานต้องส่งมอบต่อได้หรือไม่
-
มีวิธีจัดการ deviation, NCR, repair และการแจ้งเหตุผิดปกติก่อนทำการแก้ไขหรือไม่
-
มี capacity จริงตามกำหนดส่งมอบหรือไม่
-
ยอมให้โรงงาน ลูกค้า หรือ third party ตรวจติดตามในจุดที่จำเป็นหรือไม่
การประเมินไม่จำเป็นต้องเป็น audit เต็มรูปแบบทุกครั้ง โรงงานอาจใช้ supplier qualification, document review, site visit, witness trial, performance history หรือการประเมินเฉพาะโครงการตามระดับความเสี่ยง
แต่สำหรับงานวิกฤต คำว่า “เคยใช้เจ้าประจำ” ไม่ใช่หลักฐานเพียงพอ หาก capability ที่ต้องใช้ในงานใหม่ต่างจากงานเดิม
Purchase order ต้องไม่ทำให้ requirement หายระหว่างทาง
ข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยคือ โรงงานทบทวน requirement ของลูกค้าอย่างละเอียดภายใน แต่เมื่อออก purchase order ให้ผู้รับจ้างช่วง กลับส่งเพียงชื่อชิ้นงาน จำนวน และกำหนดส่งมอบ
ผลคือ supplier ได้รับข้อมูลน้อยกว่าที่โรงงานใช้ควบคุมตนเอง
เอกสารส่งงานภายนอกควรระบุให้ชัดตามความเสี่ยง เช่น
-
ชิ้นงานและ weld ID หรือ identification ที่เกี่ยวข้อง
-
drawing และ revision ที่ควบคุม
-
material และสภาวะของชิ้นงาน
-
work scope ที่ผู้รับจ้างช่วงต้องทำและสิ่งที่ห้ามทำ
-
procedure ที่ต้องใช้ หรือวิธีการเสนอ procedure เพื่อขออนุมัติ
-
qualification ของผู้ปฏิบัติงานหรือผู้ตรวจที่ต้องใช้
-
NDT method, extent, timing และ acceptance criteria
-
PWHT cycle, thermocouple requirement, record และ inspection ก่อน/หลัง PWHT
-
hold point, witness point และระยะเวลา notification
-
วิธีจัดการ repair, deviation และ NCR
-
เอกสารที่ต้องส่งกลับพร้อมงาน
-
ข้อกำหนดด้าน preservation, transport และ material identification ระหว่างขนส่ง
เอกสารที่ดีไม่ได้ทำให้ผู้รับจ้างช่วงทำงานแทนโรงงานได้ แต่ทำให้ทั้งสองฝ่ายควบคุมงานตามความเข้าใจเดียวกัน
การควบคุมระหว่างงาน: ไปดูเฉพาะจุดที่หากพลาดแล้วแก้ยาก
การควบคุมผู้รับจ้างช่วงไม่จำเป็นต้องหมายถึงส่งคนไปยืนเฝ้าตลอดเวลา สิ่งที่สำคัญกว่าคือการเลือกจุดที่ต้องเห็นและต้องยืนยันก่อนงานเดินผ่านไป
สำหรับงาน welding ที่ทำภายนอก อาจต้องยืนยันก่อนเริ่มว่า material, WPS, welder qualification, fit-up และ consumable พร้อม
สำหรับ PWHT อาจต้องยืนยัน procedure, thermocouple arrangement, equipment status และชิ้นงานที่จะเข้า cycle
สำหรับ NDT อาจต้องยืนยัน method, personnel qualification, equipment condition, surface preparation, extent และ acceptance criteria ก่อนเริ่มตรวจ
จุดเหล่านี้อาจกำหนดเป็น review point, witness point หรือ hold point ตามความเสี่ยงและสัญญา สิ่งสำคัญคือทั้งโรงงานและผู้รับจ้างช่วงต้องรู้ว่า
-
ใครต้องได้รับแจ้ง
-
แจ้งล่วงหน้านานเท่าใด
-
ถ้าผู้มีสิทธิ์ witness ไม่มา จะดำเนินการได้อย่างไร
-
จุดใดห้ามทำต่อจนกว่าจะได้รับการปล่อย
-
หากพบ deviation ระหว่างงาน ต้องหยุดตรงไหนและแจ้งใคร
หากเรื่องเหล่านี้ไม่ชัด การควบคุมจะเกิดหลังงานเสร็จ ซึ่งมักช้าเกินไป
หลักฐานที่ต้องรับกลับมาก่อนรับมอบ
การรับชิ้นงานกลับจากผู้รับจ้างช่วงไม่ควรเริ่มจากการตรวจว่าของมาถึงครบจำนวนหรือไม่ ต้องเริ่มจากคำถามว่า โรงงานได้รับหลักฐานพอจะยอมรับว่างานนั้นเป็นไปตาม requirement หรือไม่
หลักฐานที่ต้องรับกลับขึ้นอยู่กับงาน แต่ตัวอย่างที่พบบ่อยมีดังนี้
| งานภายนอก | หลักฐานที่ควรทบทวนก่อนรับมอบ |
|---|---|
| Welding | WPS ที่ใช้, qualification ที่เกี่ยวข้อง, weld map, welder record, material/consumable traceability ตาม requirement, inspection report, repair record และ deviation approval |
| PWHT | procedure, furnace/local PWHT record, temperature-time chart, thermocouple identification/location, equipment status, deviation record และผลตรวจที่ต้องทำหลัง PWHT |
| NDT | รายงานผลตรวจที่ระบุ weld/component ID, method, extent, standard, acceptance criteria, personnel, equipment และผลการประเมินอย่างชัดเจน |
| Repair หรือ machining ที่กระทบงานเชื่อม | work instruction, dimensional report, inspection result, approval สำหรับการแก้ไข และหลักฐานว่าการดำเนินการไม่กระทบ requirement เดิม |
| กระบวนการพิเศษอื่น | certificate, process record, inspection result และ traceability ที่ requirement ระบุ |
โรงงานไม่ควรตรวจเพียงว่า “มี report” แต่ต้องตรวจว่า report ตอบ requirement ของงานนั้นจริงหรือไม่
ตัวอย่างเช่น NDT report ที่ไม่มี weld ID ชัดเจน อาจยืนยันเพียงว่ามีการตรวจบางสิ่ง แต่ไม่ยืนยันว่าตรวจรอยเชื่อมที่โรงงานกำลังจะรับมอบ PWHT chart ที่ไม่มีชิ้นงานหรือ thermocouple identification ชัดเจน อาจพิสูจน์เพียงว่าเตาหนึ่งเคยทำงาน ไม่ได้พิสูจน์ว่าชิ้นงานนี้ผ่าน cycle ที่กำหนด
งานที่จ้างได้ กับความเสี่ยงที่โอนไม่ได้
การตัดสินใจว่าจะส่งงานภายนอกหรือไม่ ไม่ควรเริ่มจากคำถามว่า “เราทำเองได้หรือไม่ได้” เพียงอย่างเดียว แต่ควรถามเพิ่มว่า
-
เราสามารถกำหนด requirement ให้ผู้รับจ้างช่วงเข้าใจและปฏิบัติได้หรือไม่
-
เรามีความสามารถพอจะประเมิน evidence ที่เขาส่งกลับมาหรือไม่
-
เราสามารถเห็นหรือควบคุมจุดที่หากพลาดแล้วแก้ไม่ได้หรือไม่
-
หากเขาเกิด deviation เรามี authority และเวลาพอจะตัดสินใจก่อนงานเดินต่อหรือไม่
-
หากลูกค้าถามย้อนกลับ เราอธิบายได้หรือไม่ว่าเหตุใดเราจึงเชื่อว่างานที่ทำภายนอกน่าเชื่อถือ
หากคำตอบของคำถามเหล่านี้คือ “ไม่” โรงงานอาจกำลังจ้างความเสี่ยงออกไปโดยไม่สามารถควบคุมหรือพิสูจน์อะไรได้
บางครั้งคำตอบที่ถูกต้องคือพัฒนาผู้รับจ้างช่วงร่วมกัน บางครั้งคือเลือก supplier ที่มี capability สูงกว่าแม้ต้นทุนมากขึ้น และบางครั้งคือไม่รับงานจนกว่าโรงงานจะสร้างความสามารถในการควบคุม interface นี้ได้
สัญญาณเตือนของ subcontract control ที่อ่อนแอ
-
ผู้รับจ้างช่วงได้รับ purchase order ที่ไม่มี technical specification เพียงพอ
-
โรงงานไม่รู้ว่า supplier ใช้ WPS, personnel หรือ equipment ใด
-
supplier แก้ไขงานหรือทำ repair โดยไม่แจ้งโรงงาน
-
หลักฐานถูกขอหลังงานเสร็จแทนที่จะกำหนดก่อนเริ่มงาน
-
report ถูกตรวจเพียงว่ามีลายเซ็น ไม่ได้ตรวจ weld ID, acceptance criteria หรือ traceability
-
ไม่มีใครตัดสินชัดเจนว่า component ที่กลับมาพร้อมเอกสารไม่ครบอยู่ในสถานะ accepted, on hold หรือ rejected
-
คุณภาพของ supplier ถูกประเมินจากการส่งตรงเวลาเท่านั้น ไม่ได้ดู defect, repair, document completeness หรือ repeat issue
-
โรงงานนำชื่อหรือ certificate ของ supplier มาใช้ตอบลูกค้า ทั้งที่ยังไม่เคยตรวจว่า scope ของ certificate ครอบคลุมงานที่จ้างจริงหรือไม่
เมื่อเกิดสัญญาณเหล่านี้ ปัญหาไม่ใช่ว่า supplier “ไม่ดีพอ” เพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็นเพราะโรงงานยังไม่ได้ทำให้ supplier เป็นส่วนหนึ่งของ control set