Weldability Atlas · ภาค 3 · ลงมือ

บทที่ 6

Method A: อ่านจากกราฟ

วิธีแรกของ EN 1011-2 ให้คำตอบจากกราฟที่สร้างจากประสบการณ์การเชื่อมเหล็กคาร์บอน-แมงกานีสเป็นหลัก ผู้ใช้ไม่ต้องคำนวณมาก แต่ต้องมีมาตรฐานฉบับจริงอยู่ในมือ

ภาค 1 อธิบายตัวแปร ภาค 2 บอกว่าแต่ละวัสดุและแต่ละเงื่อนไขต้องคุมอะไร ภาคนี้ลงมือหาตัวเลข เริ่มจาก Method A ในภาคผนวก C.2 ของ EN 1011-2 ซึ่งครอบคลุมเหล็กไม่ผสม เหล็กเกรนละเอียด และเหล็กผสมต่ำ ที่ CE อยู่ระหว่าง 0.30 ถึง 0.70

หนังสือเล่มนี้ไม่ได้พิมพ์กราฟของมาตรฐานซ้ำ บทนี้จึงสอนขั้นตอนและวิธีอ่าน ส่วนค่าที่ใช้กับงานจริงต้องอ่านจากรูป C.2 ของมาตรฐานเอง

ข้อมูลสี่อย่างที่ต้องมีก่อนเปิดกราฟ

ข้อมูล ได้จากไหน ข้อควรระวัง
CE ของเหล็ก ใบรับรองวัสดุ หรือค่าสูงสุดในมาตรฐานเหล็ก ถ้าใบรับรองมีเฉพาะคาร์บอนกับแมงกานีส ให้บวก 0.03 ถ้าต่อเหล็กสองชนิด ใช้ค่าที่สูงกว่า สูตรนี้อาจไม่เหมาะกับเหล็กที่เติมโบรอน
ระดับไฮโดรเจน A ถึง E ผู้ผลิตลวดระบุ ตามเงื่อนไขการเก็บและการอบที่กำหนด ระดับนี้เป็นจริงเฉพาะเมื่อโรงงานเก็บและอบลวดตามที่ผู้ผลิตกำหนด
ความหนารวม ผลรวมความหนาของทุกทางที่ความร้อนไหลออก เฉลี่ยในระยะ 75 mm จากแนวเชื่อม รอยเชื่อมฉากมีทางไหลสามทาง จึงมากกว่ารอยต่อชนที่ความหนาแผ่นเท่ากัน
Heat input ของแนวเล็กที่สุด คำนวณจากพารามิเตอร์ หรือจากความยาวแนวต่อลวดหนึ่งแท่ง แนวเล็กที่สุดมักเป็นแนวราก และ tack weld เล็กกว่านั้นอีก

ขั้นตอน

  1. กำหนดค่า CE ที่จะใช้
  2. เลือกกระบวนการและลวดเบื้องต้น แล้วจัดระดับไฮโดรเจน
  3. ระบุว่าเป็นรอยต่อชนหรือรอยเชื่อมฉาก
  4. เลือกกราฟที่ตรงกับระดับไฮโดรเจนและ CE ถ้าไม่มีกราฟของ CE ค่านั้น ใช้กราฟของ CE ค่าถัดไปที่สูงกว่า
  5. หา heat input ของแนวเล็กที่สุดในรอยต่อ
  6. หาความหนารวม
  7. ลงจุดบนกราฟ แล้วอ่านเส้น preheat ที่อยู่เหนือจุดหรือทางซ้ายของจุดถัดไปทันที ค่านั้นคือ preheat และ interpass ต่ำสุด

จุดที่อยู่ใต้หรือทางขวาของเส้น 20 °C ไม่ต้อง preheat จุดที่อยู่สูงขึ้นหรือไปทางซ้ายต้องใช้ค่า preheat ของเส้นถัดไปที่อยู่เหนือจุด กราฟจริงมีเส้น 0 °C อยู่ต่ำกว่าเส้น 20 °C อีกหนึ่งเส้น

ตัวอย่างของมาตรฐาน

มาตรฐานให้ตัวอย่างไว้หนึ่งชุด เหล็กมี CE 0.45 เชื่อมรอยต่อชนด้วยลวดหุ้มฟลักซ์ระดับไฮโดรเจน B แนวรากใช้ลวด 4 mm ประสิทธิภาพ 120 % เดินได้ประมาณ 260 mm ต่อแท่ง ซึ่งตารางของมาตรฐานให้ heat input ไม่ต่ำกว่า 1.2 kJ/mm ความหนารวม 50 mm ผลจากกราฟคือ preheat และ interpass ต่ำสุด 75 °C

ถ้าไม่ต้องการ preheat มาตรฐานให้ทางเลือกสองทางต่อจากนั้น ทางแรกคือย้อนอ่านกราฟเดิมว่า heat input ต่ำสุดเท่าใดจึงไม่ต้อง preheat ซึ่งในตัวอย่างนี้คือ 1.4 kJ/mm แล้วดูว่าทำได้จริงในท่าเชื่อมนั้นหรือไม่ ทางที่สองคือเปิดกราฟของระดับไฮโดรเจนที่ต่ำกว่า เพื่อดูว่าการเปลี่ยนลวด การอบลวดที่อุณหภูมิสูงขึ้น หรือการเปลี่ยนกระบวนการ ทำให้ไม่ต้อง preheat ที่ heat input ที่ยอมรับได้หรือไม่

คันโยกไฮโดรเจนในตัวเลข

ตาราง C.1 ของมาตรฐานให้ตัวอย่างความหนารวมสูงสุดที่เชื่อมได้โดยไม่ต้อง preheat ที่ CE 0.43 และ heat input 1.0 kJ/mm ค่านี้คือ 40 mm สำหรับระดับ A และ 100 mm สำหรับระดับ D ที่ CE 0.49 และเงื่อนไขเดียวกัน ค่าลดเหลือ 25 mm และ 50 mm

ตัวเลขชุดนี้บอกสามอย่างพร้อมกัน ลวดไฮโดรเจนต่ำเพิ่มความหนาที่เชื่อมได้โดยไม่ preheat ประมาณสองเท่าหรือมากกว่า CE ที่ต่างกันเพียง 0.06 ลดความหนานั้นลงเกือบครึ่ง และรอยเชื่อมฉากบนแผ่น 20 mm สามแผ่น ซึ่งมีความหนารวม 60 mm อยู่เกินขีดของระดับ A ที่ CE 0.43 แล้ว ทั้งที่แผ่นแต่ละแผ่นไม่หนา

คุม heat input ของลวดหุ้มฟลักซ์ด้วยความยาวแนว

ในงานลวดหุ้มฟลักซ์ ช่างเชื่อมไม่ได้วัดความเร็วเดิน มาตรฐานจึงให้คุม heat input ผ่านความยาวแนวที่ได้จากลวดหนึ่งแท่ง ยิ่งแนวสั้น heat input ยิ่งสูง สำหรับลวดที่ความยาวต่างจากตาราง มาตรฐานให้สูตร

ความยาวแนว = (เส้นผ่านศูนย์กลางลวด)2 × L × F / heat input

L คือความยาวลวดที่ใช้ไป ปกติคือความยาวเดิมลบ 40 mm ของโคนลวด F ขึ้นกับประสิทธิภาพของลวด คือ 0.0368 ที่ประมาณ 95 % · 0.0408 ที่เกิน 95 ถึง 110 % · 0.0472 ที่เกิน 110 ถึง 130 % · 0.0608 ที่เกิน 130 %

ตรวจกับตัวอย่างของมาตรฐาน: ลวด 4 mm ยาว 450 mm ประสิทธิภาพ 120 % ที่ 1.2 kJ/mm ได้ 16 × 410 × 0.0472 / 1.2 = 258 mm ตรงกับค่าประมาณ 260 mm ในตัวอย่าง ความหมายหน้างานคือ ถ้าช่างเดินได้ยาวกว่านี้ต่อแท่ง heat input ต่ำกว่า 1.2 kJ/mm และ preheat ที่อ่านไว้ไม่พอ

สำหรับรอยเชื่อมฉากแนวเดียว

เมื่อแบบกำหนดรอยเชื่อมฉากแนวเดียวด้วยความยาวขาต่ำสุด มาตรฐานให้ตารางค่า heat input โดยประมาณตามความยาวขาและชนิดลวด เช่นขา 6 mm ด้วยลวดชนิดด่างประสิทธิภาพต่ำกว่า 130 % ให้ประมาณ 1.8 kJ/mm ค่าเหล่านี้ใช้กับความยาวขา ไม่ได้ใช้แปลงตรงเป็นขนาดคอ

เมื่อใดที่กราฟไม่พอ

มาตรฐานระบุว่าเงื่อนไขในกราฟมาจากประสบการณ์ และมีปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงเกินกว่าที่กราฟคิดไว้ โดยยังบอกขนาดของผลเป็นตัวเลขไม่ได้

สำหรับกรณีเหล่านี้ มาตรฐานชี้ว่ามาตรการที่ได้ผลที่สุดคือลดไฮโดรเจน ด้วยการเปลี่ยนลวดหรือกระบวนการ หรือด้วย post-heating ซึ่งระยะ 2 ถึง 3 ชั่วโมงให้ผลในหลายกรณี และแนะนำให้ยืนยันด้วยการทดสอบที่จำลองรอยต่อจริง

เมื่อใดที่ผ่อนได้

มาตรฐานไม่ได้ให้ตัวเลขว่าผ่อนได้เท่าใด การผ่อนทุกข้อจึงต้องมีหลักฐานรองรับ ตามหลักในบทที่ 5

คำถามท้ายบท

แนวคำตอบ
  1. ความยาวแนว = 3.22 × 410 × 0.0368 / 1.0 = 155 mm ถ้าเดินได้ยาวกว่านี้ heat input ต่ำกว่า 1.0 kJ/mm
  2. ความยาวแนวต่อแท่งที่มากขึ้นคือ heat input ที่ต่ำลง จุดบนกราฟเลื่อนไปทางซ้าย เข้าหาเส้น preheat ที่สูงขึ้น ค่า preheat ใน WPS จึงอาจไม่พอ และ t8/5 สั้นลง HAZ แข็งขึ้น งานเสร็จเร็วขึ้นจริง แต่อยู่นอกเงื่อนไขที่ใช้หา preheat