Weldability Atlas · ภาค 3 · ลงมือ

บทที่ 7

Method B: คำนวณจากสูตร

วิธีที่สองให้คำตอบจากสมการเดียว ผู้ใช้เห็นได้ทันทีว่าตัวแปรใดดัน preheat ขึ้นเท่าใด และต้องขยับคันโยกใดจึงได้ผลมากที่สุด

Method B อยู่ในภาคผนวก C.3 ของ EN 1011-2 มาตรฐานระบุว่าครอบคลุมเหล็กกลุ่ม 1 ถึง 4 และมาจากประสบการณ์กับเหล็กผสมต่ำความแข็งแรงสูงเป็นหลัก ผลลัพธ์คืออุณหภูมิ Tp ซึ่งเป็นค่าต่ำสุดก่อนเริ่มแนวแรก และเป็นค่าที่บริเวณรอยเชื่อมต้องไม่ต่ำกว่าตลอดการเชื่อม ในงานหลายแนว ค่านี้คือ interpass ต่ำสุดด้วย

สมการ

Tp = 697 × CET + 160 × tanh(d/35) + 62 × HD0.35 + (53 × CET − 32) × Q − 328

CET เป็นร้อยละ d เป็นความหนาแผ่นเป็น mm HD เป็นไฮโดรเจนในเนื้อเชื่อมเป็น ml/100 g Q เป็น heat input เป็น kJ/mm ผลเป็น °C

ตัวแปร ช่วงที่สมการใช้ได้ ต่างจาก Method A อย่างไร
CET 0.2 ถึง 0.5 % คนละสูตรกับ CE และแปลงข้ามกันไม่ได้
d 10 ถึง 90 mm ใช้ความหนาแผ่น ไม่ใช่ความหนารวม ถ้าแผ่นหนาไม่เท่ากัน ใช้แผ่นที่หนากว่า
HD 1 ถึง 20 ml/100 g ใช้ค่าตัวเลข ไม่ใช่ระดับ A ถึง E
Q 0.5 ถึง 4.0 kJ/mm เหมือนกัน

สมการใช้กับเหล็กโครงสร้างที่ความต้านแรงครากถึง 1000 N/mm² และสมมติว่าความเค้นภายในบริเวณรอยเชื่อมเท่ากับความต้านแรงครากของโลหะชิ้นงานและเนื้อเชื่อม

ตัวอย่าง

เหล็กสมมติชนิดหนึ่งมี C 0.16 % Mn 1.45 % Cr 0.05 % Mo 0.02 % Ni 0.10 % Cu 0.15 % ได้ CET = 0.16 + (1.45 + 0.02)/10 + (0.05 + 0.15)/20 + 0.10/40 = 0.32 เชื่อมรอยต่อชนของแผ่นหนา 40 mm ด้วยลวดที่ให้ไฮโดรเจน 5 ml/100 g ที่ heat input 1.2 kJ/mm

แยกสมการเป็นสี่ส่วนตามที่มาตรฐานเขียนไว้ จะเห็นน้ำหนักของตัวแปรแต่ละตัว

ในตัวอย่างนี้ ส่วนผสมเป็นตัวดันหลัก ความหนาและไฮโดรเจนเพิ่มอีกเล็กน้อย และ heat input ดึงลงเล็กน้อย

ค่าประมาณ 116 °C นี้สูงกว่าที่หลายโรงงานใช้กับเหล็กโครงสร้างความหนาเดียวกัน สมการสมมติว่าความเค้นภายในสูงถึงความต้านแรงคราก และ Method B มาจากข้อมูลของเหล็กความแข็งแรงสูงเป็นหลัก สำหรับเหล็กคาร์บอน-แมงกานีสทั่วไป Method A อยู่ใกล้กับข้อมูลที่ใช้สร้างวิธีมากกว่า ดูบทที่ 8

ขยับคันโยกทีละตัว

เปลี่ยนอะไร Tp ที่ได้ ต่างจากเดิม
ค่าตั้งต้น 116 °C ไม่มี
ลดไฮโดรเจนจาก 5 เป็น 3 ml/100 g 98 °C ลด 18 °C
เพิ่ม heat input จาก 1.2 เป็น 2.0 kJ/mm 104 °C ลด 12 °C
ทำทั้งสองอย่าง 86 °C ลด 30 °C
ไฮโดรเจนขึ้นเป็น 10 ml/100 g เพราะลวดชื้น 146 °C เพิ่ม 30 °C
แผ่นหนา 20 mm แทน 40 mm 68 °C ลด 48 °C

ทุกแถวคำนวณจากสมการเดียวกัน โดยเปลี่ยนเฉพาะตัวแปรที่ระบุ

ตารางนี้ใช้ตอบคำถามเชิงบริหารได้โดยตรง แถวที่ห้าบอกว่าการเก็บลวดไม่ดีมีราคาเป็นกี่องศาของ preheat และแถวที่สองบอกว่าลวดที่แพงกว่าซื้อคืนได้กี่องศา

ผลเป็นลบหมายความว่าอะไร

สมการให้ค่าต่ำกว่าอุณหภูมิห้องหรือติดลบได้เมื่อ CET ต่ำ แผ่นบาง และไฮโดรเจนต่ำ ค่านั้นหมายความว่าไม่ต้อง preheat ไม่ได้หมายความว่าควรทำให้แผ่นเย็น และต้องตรวจก่อนว่าตัวแปรทุกตัวอยู่ในช่วงที่สมการใช้ได้

สี่เงื่อนไขที่ทำให้ผลใช้ได้

มาตรฐานระบุว่าค่าจากสมการใช้ได้เมื่อเงื่อนไขต่อไปนี้เป็นจริง

  1. CET ของโลหะชิ้นงานสูงกว่าของเนื้อเชื่อมอย่างน้อย 0.03 % ถ้าไม่เป็นเช่นนั้น ต้องคำนวณจาก CET ของเนื้อเชื่อมบวก 0.03 %
  2. รอยเชื่อมฉากแนวเดียว tack weld และแนวราก ยาวอย่างน้อย 50 mm ถ้าแผ่นหนาเกิน 25 mm ให้ทำ tack และแนวรากสองชั้นด้วยเนื้อเชื่อมที่อ่อนและเหนียว
  3. ในแนวเติม ไม่ปล่อยให้เย็นระหว่างแนวจนกว่าความหนาของเนื้อเชื่อมจะถึงหนึ่งในสามของความหนาแผ่น ถ้าทำไม่ได้ ต้องลดไฮโดรเจนด้วย post-heating
  4. เลือกลำดับการเชื่อมที่เลี่ยงการเปลี่ยนรูปพลาสติกมากในรอยเชื่อมที่ยังเติมไม่เต็ม

เงื่อนไขข้อแรกสำคัญกับเหล็กความแข็งแรงสูง เพราะลวดที่ความแข็งแรงเท่าแผ่นมักมีธาตุผสมไม่น้อยกว่าแผ่น ผู้คำนวณจึงต้องรู้ส่วนผสมของเนื้อเชื่อมด้วย

ตัวอย่าง: เหล็กสมมติความแข็งแรงสูงมี CET 0.34 หนา 60 mm ไฮโดรเจน 4 ml/100 g heat input 1.5 kJ/mm ได้ Tp ประมาณ 139 °C ถ้าเนื้อเชื่อมมี CET 0.33 ซึ่งต่ำกว่าแผ่นเพียง 0.01 ต้องคำนวณจาก 0.33 + 0.03 = 0.36 ได้ประมาณ 154 °C สูงขึ้น 15 °C

รอยเชื่อมฉาก

มาตรฐานระบุว่ารอยเชื่อมฉากชั้นเดียวมีความเค้นภายในต่ำกว่ารอยต่อชน ค่า preheat ที่หาไว้สำหรับรอยต่อชนจึงอาจสูงเกินไปประมาณ 60 °C สำหรับรอยเชื่อมฉากชั้นเดียว การใช้ข้อได้เปรียบนี้ขึ้นกับประสบการณ์ของผู้ผลิต ส่วนรอยเชื่อมฉากหลายชั้นมีสภาพความเค้นคล้ายรอยต่อชน ต้องใช้ค่าเดียวกัน

เริ่มโดยไม่ preheat

สำหรับรอยเชื่อมหลายชั้น มาตรฐานเปิดทางให้เริ่มโดยไม่ preheat ถ้าลำดับการเชื่อมทำให้ถึงและรักษา interpass ที่สูงพอได้ ทางนี้ต้องมีการวัด interpass จริง และแนวแรกยังเป็นแนวที่เสี่ยงที่สุดอยู่

ทางกราฟ

มาตรฐานมีกราฟของสมการเดียวกันให้อ่านแทนการคำนวณ ถ้า CET ของงานไม่ตรงกับกราฟ ให้แก้ 7.5 °C ต่อทุก 0.01 % ของ CET ที่ต่าง เมื่อมีเครื่องคิดเลข การคำนวณจากสมการตรงกว่าและตรวจย้อนได้ง่ายกว่า

คำถามท้ายบท

แนวคำตอบ
  1. Tp = 697 × 0.30 + 160 × tanh(25/35) + 62 × 80.35 + (53 × 0.30 − 32) × 1.0 − 328 ได้ประมาณ 92 °C เมื่อไฮโดรเจนเป็น 4 ml/100 g ได้ประมาณ 64 °C ลดลง 28 °C
  2. ผิดไปทางต่ำ ลวดความแข็งแรงเท่าแผ่นมักมีธาตุผสมใกล้เคียงหรือสูงกว่าแผ่น CET ของแผ่นจึงไม่สูงกว่าของเนื้อเชื่อมถึง 0.03 % มาตรฐานให้คำนวณจาก CET ของเนื้อเชื่อมบวก 0.03 % ในกรณีนี้ ซึ่งให้ค่าสูงกว่า และรอยร้าวในงานประเภทนี้มักเกิดในเนื้อเชื่อม