Defect Atlas · ภาค 1 · วิธีคิด

บทที่ 2

ระดับ B C D เลือกอย่างไร

ระดับคุณภาพคือการตัดสินใจทางวิศวกรรมและทางธุรกิจที่ต้องทำก่อนเริ่มผลิต ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ตรวจเลือกหน้างาน

ISO 5817 ให้สามระดับเพื่อให้ใช้ได้กับงานเชื่อมหลากหลายประเภท ระดับ B เข้มที่สุด ระดับ D ผ่อนที่สุด ขีดจำกัดแต่ละระดับพิจารณาภาระหลายแบบ ทั้งภาระสถิต ความร้อน การกัดกร่อน และความดัน ส่วนภาระล้ามีข้อกำหนดเพิ่มในภาคผนวก B

แต่ละระดับต่างกันเท่าใด

ตารางนี้คำนวณจากขีดจำกัดของมาตรฐานสำหรับกรณีตัวอย่าง เพื่อให้เห็นขนาดของความต่าง

imperfection (กรณีตัวอย่าง) D C B
รอยกัดขอบ แผ่นหนา 10 mm 1.0 mm 0.5 mm 0.5 mm
เนื้อเชื่อมนูนเกิน แนวกว้าง 20 mm 6 mm 4 mm 3 mm
เยื้องแนว แผ่นหนา 10 mm 2.5 mm 1.5 mm 1.0 mm
รูพรุนกระจาย งานหลายชั้น 5 % 3 % 2 %
หลอมไม่ติดภายใน ยอมรับเฉพาะ short imperfection สูงไม่เกิน 4 mm ไม่ยอมรับ ไม่ยอมรับ
รอยร้าว ไม่ยอมรับ ไม่ยอมรับ ไม่ยอมรับ

คำนวณจาก ISO 5817:2023 ข้อ 1.7, 1.9, 3.1, 2.3, 2.12 และ 1.1

สังเกตสองอย่าง อย่างแรก ความต่างระหว่างระดับไม่เท่ากันทุกรายการ บางรายการระดับ C กับ B เท่ากัน บางรายการระดับ D ยอมได้แต่ C ไม่ยอมเลย อย่างที่สอง imperfection แบบระนาบและรอยร้าวแทบไม่ต่างกันระหว่างระดับ เพราะอันตรายเกินกว่าจะต่อรอง ระดับคุณภาพจึงเป็นเรื่องของ imperfection เชิงรูปทรงและเชิงปริมาตรเป็นหลัก

ปัจจัยที่ใช้เลือก

มาตรฐานระบุด้วยว่าค่าที่เข้มของระดับ B อาจต้องใช้ขั้นตอนการผลิตเพิ่ม เช่นการเจียหรือการแต่งด้วย TIG ผู้เลือกคือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์หรือผู้ออกแบบที่รับผิดชอบ ร่วมกับผู้ผลิตและผู้ใช้งาน และต้องเลือกก่อนเริ่มผลิต ถ้าทำได้ควรเลือกตั้งแต่ขั้นเสนอราคา เพราะระดับคุณภาพกำหนดต้นทุนของงาน รอยต่อหนึ่งอาจใช้ระดับต่างกันสำหรับ imperfection ต่างชนิดได้ และรอยต่อต่างตำแหน่งในโครงสร้างเดียวกันไม่จำเป็นต้องใช้ระดับเดียวกัน

กับดักของการเลือกระดับ B ทั้งหมด

การกำหนดระดับ B ทุกรอยต่อดูปลอดภัย แต่มีต้นทุนสามทาง ค่าตรวจและค่าซ่อมเพิ่มในรอยต่อที่ไม่ต้องการ การซ่อมที่ไม่จำเป็นลดคุณภาพของรอยต่อเอง และเมื่อทุกอย่างสำคัญเท่ากัน ทีมงานจะแยกไม่ออกว่ารอยต่อใดสำคัญจริง ความใส่ใจจึงกระจายบางลงทั้งโครงสร้าง แทนที่จะรวมอยู่ที่จุดวิกฤต

เมื่อรอยต่อรับแรงล้า

ภาคผนวก B เพิ่มข้อกำหนดให้ระดับ C และ B สอดคล้องกับชั้นความล้า (FAT) ได้เป็นระดับ C63 และ B90 และมีระดับ B125 ซึ่งเข้มกว่าระดับ B ในบางรายการ ตัวเลขคือช่วงความเค้นที่ทนได้ที่สองล้านรอบ หน่วยเป็น MPa

คำถามท้ายบท

แนวคำตอบ

1. ถ้าลูกค้าขอระดับ B ทั้งโครงสร้าง คุณจะถามอะไรกลับสามข้อก่อนเสนอราคา

ตัวอย่างคำถาม: รอยต่อใดรับแรงซ้ำและรอยต่อใดรับแรงสถิต ผลของความเสียหายของแต่ละรอยต่อคืออะไร และวิธีกับขอบเขตของ NDT ที่ต้องการคืออะไร คำตอบทั้งสามเปลี่ยนต้นทุนและอาจทำให้ระดับ B จำเป็นเฉพาะบางรอยต่อ

2. รอยต่อใดในงานของคุณรับแรงซ้ำ และแบบระบุไว้หรือไม่

คำถามทบทวนสำหรับผู้อ่าน ไม่มีคำตอบเดียว รอยต่อที่รับแรงซ้ำมักอยู่ในชิ้นส่วนที่เคลื่อนที่ สั่น หรือรับน้ำหนักเปลี่ยนแปลง ถ้าแบบไม่ระบุ ต้องถามผู้ออกแบบก่อนเลือกระดับคุณภาพ