มองแล้วรู้
ข้อ 7 ของ ISO 9606-1:2012 ตัดสินว่าช่างผ่านหรือไม่ ความไม่สมบูรณ์ที่พบจากวิธีทดสอบของมาตรฐานนี้ประเมินตาม ISO 5817 เว้นแต่กำหนดเป็นอย่างอื่น ช่างผ่านเมื่อความไม่สมบูรณ์อยู่ในระดับ B โดยมีห้าชนิดที่ใช้ระดับ C
การทดสอบดัดมีเกณฑ์ของตัวเองในข้อ 7 และข้อ 8 ให้โอกาสสอบซ้ำได้หนึ่งครั้งโดยไม่ต้องฝึกเพิ่ม เมื่อการทดสอบใดไม่ผ่าน

ลำดับการตัดสินผลตามข้อ 7 และ 8 ของ ISO 9606-1:2012 และเกณฑ์ขนาดความไม่ต่อเนื่องของการทดสอบดัด
เกณฑ์ยอมรับ
| สิ่งที่ประเมิน | เกณฑ์ | ที่มา |
|---|---|---|
| ความไม่สมบูรณ์ทั่วไป | ISO 5817 ระดับ B | ข้อ 7 |
| รอยกัดขอบ (501) เนื้อเชื่อมนูนเกิน (502) รอยเชื่อมฉากนูนเกิน (503) รากย้อยเกิน (504) ความหนาคอเกิน (5214) | ISO 5817 ระดับ C | ข้อ 7 |
| ชิ้นทดสอบย่อยของการทดสอบดัด | ไม่มีความไม่ต่อเนื่องเดี่ยวขนาด ≥ 3 mm ในทิศใด · ผลรวมของขนาดที่เกิน 1 mm แต่น้อยกว่า 3 mm ไม่เกิน 10 mm ต่อชิ้น | ข้อ 7 |
| การทดสอบใดไม่ผ่าน | ให้โอกาสสอบซ้ำได้ 1 ครั้ง โดยไม่ต้องฝึกเพิ่ม | ข้อ 8 |
ISO 9606-1:2012 ข้อ 7 และ 8 ค่าขีดจำกัดของแต่ละระดับอยู่ใน ISO 5817 ซึ่งเล่มนี้ไม่ได้คัดมา ให้เปิดฉบับที่ใช้อยู่ หรือดู Defect Atlas
ทำไมจึงสำคัญ
เกณฑ์ของช่างเชื่อมเข้มในเรื่องที่บอกฝีมือ เช่นการหลอมไม่ติดและรากซึมลึกไม่สมบูรณ์ และผ่อนลงหนึ่งระดับในเรื่องรูปร่างของแนวเชื่อมห้าชนิด ผู้ที่ตัดสินด้วยเกณฑ์ของงานผลิตซึ่งอาจเป็นระดับอื่น จะให้ช่างผ่านหรือตกผิดคน และใบรับรองที่ออกจากเกณฑ์ผิดจะไม่ผ่านการตรวจประเมิน
ตัวอย่างอ่านค่า
ชิ้นทดสอบย่อยดัดรากหนึ่งชิ้น หลังดัดพบความไม่ต่อเนื่องบนผิวด้านรับแรงดึงยาว 2.5, 1.8, 2.2, 0.8 และ 2.9 mm
ขั้นที่ 1: ไม่มีค่าใดถึง 3 mm จึงผ่านเกณฑ์ความไม่ต่อเนื่องเดี่ยว ขั้นที่ 2: ค่าที่เกิน 1 mm แต่น้อยกว่า 3 mm คือ 2.5, 1.8, 2.2 และ 2.9 รวม 2.5 + 1.8 + 2.2 + 2.9 = 9.4 mm ไม่เกิน 10 mm ชิ้นนี้ผ่าน ค่า 0.8 mm ไม่เข้าผลรวม
ถ้าพบเพิ่มอีกหนึ่งจุดยาว 1.2 mm: ผลรวมเป็น 9.4 + 1.2 = 10.6 mm เกิน 10 mm ชิ้นนี้ไม่ผ่าน ช่างสอบไม่ผ่าน และอาจได้รับโอกาสสอบซ้ำหนึ่งครั้งตามข้อ 8 ซึ่งไม่ได้ระบุว่าใครเป็นผู้ให้
รอยฉีกที่ขอบ: รอยฉีกยาว 4 mm ที่มุมขอบของชิ้นทดสอบย่อยไม่นำมาประเมิน ถ้าไม่มีหลักฐานว่ามาจากการซึมลึกไม่สมบูรณ์ สแลก หรือความไม่ต่อเนื่องอื่น
ตัวอย่างสมมติ แต่งขึ้นเพื่ออธิบายวิธีอ่าน
อ่านแล้วเข้าใจ
มาตรฐานกำหนดอะไร
ตรวจก่อนทดสอบ (ข้อ 7): ก่อนการทดสอบใด ๆ ต้อง ตรวจสี่เรื่อง
- สแลกและเม็ดโลหะกระเด็นถูกเอาออกหมดแล้ว
- ไม่มีการเจียที่ด้านรากและด้านหน้าของรอยเชื่อม (ตามข้อ 6.3)
- จุดหยุดและเริ่มใหม่ในเที่ยวรากและเที่ยวปิดหน้าถูกระบุไว้ (ตามข้อ 6.3)
- รูปร่างและขนาดของรอยเชื่อม
ข้อ 6.3 ยอมให้เจียความไม่สมบูรณ์เล็กน้อยได้เมื่อผู้ตรวจสอบหรือหน่วยตรวจสอบอนุญาต และเที่ยวปิดหน้าเจียได้เฉพาะจุดหยุดและเริ่มใหม่ ส่วนข้อ 7 เขียนว่าไม่มีการเจีย โดยอ้างข้อ 6.3 เล่มนี้อ่านสองข้อรวมกันว่า ต้องไม่มีการเจียนอกเหนือจากที่ข้อ 6.3 ยอม ซึ่งเป็นการตีความ
ระดับคุณภาพ (ข้อ 7): ชิ้นทดสอบต้องประเมินตามเกณฑ์ยอมรับของความไม่สมบูรณ์ชนิดที่เกี่ยวข้อง ความไม่สมบูรณ์ที่พบด้วยวิธีทดสอบของมาตรฐานนี้ ต้อง ประเมินตาม ISO 5817 เว้นแต่กำหนดเป็นอย่างอื่น ช่างผ่านเมื่อความไม่สมบูรณ์อยู่ในระดับ B ยกเว้นห้าชนิดที่ใช้ระดับ C คือเนื้อเชื่อมนูนเกิน (502) รอยเชื่อมฉากนูนเกิน (503) ความหนาคอเกิน (5214) รากย้อยเกิน (504) และรอยกัดขอบ (501) ถ้าความไม่สมบูรณ์เกินค่าสูงสุดที่ยอม ช่างสอบไม่ผ่าน
การทดสอบดัด (ข้อ 7): ชิ้นทดสอบย่อยต้องไม่แสดงความไม่ต่อเนื่องเดี่ยวขนาด 3 mm ขึ้นไปในทิศใดก็ตาม ความไม่ต่อเนื่องที่เกิดที่ขอบของชิ้นทดสอบย่อยระหว่างทดสอบไม่นำมาประเมิน เว้นแต่มีหลักฐานว่ารอยร้าวมาจากการซึมลึกไม่สมบูรณ์ สแลก หรือความไม่ต่อเนื่องอื่น และผลรวมของความไม่ต่อเนื่องขนาดใหญ่สุดที่เกิน 1 mm แต่น้อยกว่า 3 mm ในชิ้นทดสอบย่อยหนึ่งชิ้นต้องไม่เกิน 10 mm ตัวบทไม่ได้กล่าวถึงความไม่ต่อเนื่องที่ไม่เกิน 1 mm การไม่นับเข้าผลรวมจึงเป็นการอ่านตามตัวอักษร
NDT และขั้นตอน (ข้อ 7): ควร อ้างอิงเกณฑ์ยอมรับของ NDT ที่สอดคล้องกันด้วย และการทดสอบทั้งแบบทำลายและไม่ทำลาย ต้อง ใช้ขั้นตอนที่กำหนดไว้ ข้อ 7 ไม่ได้ให้เกณฑ์เฉพาะของผิวหักจากการทดสอบหักและของการตรวจโครงสร้างมหภาค จึงใช้ประโยคทั่วไปเรื่อง ISO 5817
การสอบซ้ำ (ข้อ 8)
ถ้าการทดสอบใดไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของ ISO 9606-1:2012 ช่าง อาจได้รับโอกาส สอบซ้ำหนึ่งครั้งโดยไม่ต้องฝึกเพิ่ม ข้อ 8 มีประโยคเดียว ตัวบทใช้คำว่า may จึงเป็นการอนุญาต ไม่ใช่สิทธิ์ของช่าง
ตัวบทไม่ได้บอกว่าหลังสอบซ้ำไม่ผ่านต้องทำอย่างไร ไม่ได้บอกว่าสอบซ้ำทั้งชุดหรือเฉพาะชิ้นทดสอบที่ไม่ผ่าน และไม่ได้กำหนดระยะเวลา ทางที่ระวังกว่าซึ่งเล่มนี้ใช้ คือให้ฝึกเพิ่มก่อนสอบครั้งถัดไปเมื่อสอบซ้ำไม่ผ่าน และสอบซ้ำด้วยชิ้นทดสอบใหม่ทั้งชิ้นภายใต้เงื่อนไขเดิม ทั้งหมดนี้เป็นการตีความ ควรเขียนไว้ในขั้นตอนของผู้ผลิตและตกลงกับผู้ตรวจสอบหรือหน่วยตรวจสอบ
จุดที่อ่านผิดบ่อย
- ใช้ระดับ C กับความไม่สมบูรณ์ทุกชนิด เพราะงานผลิตของโรงงานใช้ระดับ C ทั้งที่ข้อ 7 ให้ระดับ C เพียงห้าชนิด
- ตัดสินชิ้นดัดด้วยเกณฑ์ 3 mm อย่างเดียว โดยไม่รวมขนาดของความไม่ต่อเนื่องที่เกิน 1 mm แต่น้อยกว่า 3 mm
- ให้ช่างสอบซ้ำหลายครั้งในวันเดียวจนกว่าจะผ่าน ทั้งที่ข้อ 8 ให้สอบซ้ำโดยไม่ต้องฝึกเพิ่มได้ครั้งเดียว
คิดต่อ
ถ้าหลุดซ้ำ ให้สงสัยระบบ
- รายงานการทดสอบเขียนเพียงว่าผ่าน ไม่ระบุระดับคุณภาพและมาตรฐานที่ใช้ตัดสิน
- ไม่มีบันทึกการสอบที่ไม่ผ่าน จึงไม่มีใครรู้ว่าใบรับรองฉบับนี้มาจากการสอบครั้งที่เท่าใด
- ผู้ตัดสินผลการตรวจด้วยสายตา (VT) ไม่มีเกจวัดรอยเชื่อมและไม่มี ISO 5817 ฉบับที่ใช้อยู่ การตัดสินรูปร่างแนวเชื่อมจึงใช้ความรู้สึก
โยงไปหน้าอื่นและเล่มอื่น
| Defect Atlas | ชนิดความไม่สมบูรณ์ตาม ISO 6520-1 และขีดจำกัดของระดับ B, C, D ใน ISO 5817 |
| หน้า W8 และ W9 | กติกาการเจีย การทำเครื่องหมาย และจำนวนชิ้นทดสอบย่อยที่นำมาตัดสิน |
| หน้า W11 | ข้อ 9.3 b) ใช้ระดับการยอมรับของข้อ 7 กับรอยเชื่อมที่นำมาต่ออายุ |
| หน้า P7 | การรับรองขั้นตอนการเชื่อมใช้เกณฑ์ยอมรับและกติกาทดสอบซ้ำอีกชุดหนึ่ง ห้ามใช้แทนกัน |
คำถามท้ายหน้า
- VT ของชิ้นทดสอบรอยเชื่อมชนพบรอยกัดขอบและเนื้อเชื่อมนูนเกิน ต้องเทียบกับระดับคุณภาพใดของ ISO 5817 และถ้าการตรวจด้วยรังสี (RT) พบการหลอมไม่ติด ใช้ระดับใด
- ช่างสอบไม่ผ่านที่การทดสอบดัด สอบซ้ำหนึ่งครั้งแล้วยังไม่ผ่าน หัวหน้างานขอให้สอบครั้งที่สามในวันถัดไป ควรตอบอย่างไร และส่วนใดของคำตอบเป็นตัวบท
แนวคำตอบ
- รอยกัดขอบ (501) และเนื้อเชื่อมนูนเกิน (502) อยู่ในห้าชนิดที่ข้อ 7 ของ ISO 9606-1:2012 ให้ใช้ ISO 5817 ระดับ C ส่วนการหลอมไม่ติดไม่อยู่ในข้อยกเว้น จึงใช้ระดับ B ค่าขีดจำกัดของแต่ละระดับต้องเปิดจาก ISO 5817
- ส่วนที่เป็นตัวบท: ข้อ 8 ให้โอกาสสอบซ้ำโดยไม่ต้องฝึกเพิ่มได้หนึ่งครั้ง ซึ่งช่างใช้ไปแล้ว การสอบครั้งที่สามโดยไม่ฝึกเพิ่มจึงไม่มีข้อใดรองรับ ส่วนที่เป็นการตีความ: ตัวบทไม่ได้บอกว่าหลังจากนั้นต้องทำอย่างไร เล่มนี้ใช้ทางที่ระวังกว่า คือให้ช่างฝึกเพิ่มและมีบันทึกการฝึกก่อนสอบใหม่ และตกลงกับผู้ตรวจสอบหรือหน่วยตรวจสอบ