Qualification Atlas · ภาค 1 · วิธีคิด

บทที่ 1

จาก pWPS ถึง WPS

WPS ที่ใช้ในงานผลิตไม่ได้เริ่มจากแบบฟอร์ม แต่เริ่มจากข้อเสนอที่ต้องพิสูจน์ก่อน บทนี้เดินตามลำดับของ ISO 15607:2019 ตั้งแต่ pWPS ถึง WPS และบอกว่าใครรับผิดชอบขั้นใด

หนังสือเล่มนี้แยกการรับรองสองอย่างไว้คนละภาค ภาค 2 เดินตาม ISO 15614-1:2017 สำหรับการรับรองขั้นตอนการเชื่อม ภาค 3 เดินตาม ISO 9606-1:2012 สำหรับการรับรองช่างเชื่อม ก่อนเข้าหน้าคู่ สี่บทของภาคนี้วางพื้นสี่เรื่อง คือลำดับของเอกสาร วิธีรับรองที่มีให้เลือก สองระดับของการทดสอบ และเหตุที่ต้องเปิดใช้ทีละมาตรฐาน

ทำไมต้องรับรองก่อนใช้

บทนำของ ISO 15607:2019 ให้เหตุผลไว้เป็นลำดับ WPS จำเป็นเพื่อให้มีฐานที่ชัดเจนสำหรับวางแผนงานเชื่อมและควบคุมคุณภาพระหว่างเชื่อม แต่การเขียน WPS โดยลำพังไม่ได้ประกันว่ารอยเชื่อมจะเป็นไปตามข้อกำหนด ความเบี่ยงเบนบางอย่าง เช่นความไม่สมบูรณ์ของรอยเชื่อมและการบิดตัว ประเมินได้ด้วยวิธีไม่ทำลายบนงานที่เสร็จแล้ว ส่วนความเบี่ยงเบนทางโลหะวิทยาเป็นปัญหาพิเศษ เพราะสมบัติทางกลประเมินด้วยวิธีไม่ทำลายไม่ได้ จึงเกิดกติกาให้รับรองขั้นตอนการเชื่อมก่อนปล่อยไปใช้ในงานผลิตจริง

ลำดับของเอกสาร

ข้อ 4 ของ ISO 15607:2019 กำหนดว่า WPS ต้องจัดเป็น pWPS จนกว่าจะผ่านการรับรองด้วยวิธีที่เหมาะสมตามข้อ 5 และข้อ 5.1 วางลำดับไว้ดังนี้

ลำดับตาม ISO 15607:2019 ข้อ 4 และ 5.1 ส่วน work instruction มาจากภาคผนวก B และ C ซึ่งเป็นข้อมูลประกอบ

ภาคผนวก B และ C ของมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งเป็นข้อมูลประกอบ เพิ่มขั้นสุดท้ายคือการปล่อยให้ใช้ในงานผลิต ด้วย WPS หรือ work instruction ที่ผู้ผลิตจัดทำ และแผนภาพของภาคผนวก C ระบุว่า work instruction เป็นทางเลือก ISO 15609-1:2004 ข้อ 4.1 อธิบายที่มาว่า WPS ครอบคลุมช่วงของความหนา โลหะชิ้นงาน และลวดเชื่อม ผู้ผลิตบางรายจึงจัดทำ work instruction สำหรับงานแต่ละงานเพิ่ม เป็นส่วนของการวางแผนการผลิตโดยละเอียด

ISO 15607:2019 ข้อ 3 นิยามคำเดียวคือผู้ผลิต คำอื่นให้ใช้ตามชุด ISO/TR 25901 ผู้ที่ต้องการนิยามสั้นของ pWPS, WPS, work instruction และ WPQR ดูได้จากฉบับก่อนหน้า คือ ISO 15607:2003 ข้อ 3.3 ถึง 3.6 ซึ่งนิยาม work instruction ว่าเป็นข้อกำหนดขั้นตอนการเชื่อมแบบย่อ เหมาะสำหรับใช้โดยตรงที่จุดปฏิบัติงานในโรงงาน

ใครรับผิดชอบ

ISO 15607:2019 ข้อ 3.1 นิยามผู้ผลิตว่าเป็นบุคคลหรือองค์กรที่รับผิดชอบการผลิตงานเชื่อม ตาราง B.1 ให้ผู้ผลิตเป็นผู้เกี่ยวข้องในทุกขั้น ตั้งแต่พัฒนา pWPS จนถึงปล่อยใช้ และเพิ่มผู้ตรวจสอบหรือหน่วยตรวจสอบ (examiner or examining body) ในขั้นรับรองเมื่อเกี่ยวข้อง โดยเชิงอรรถระบุว่าบางกรณีอาจต้องเป็นผู้ตรวจสอบอิสระจากภายนอก ตาราง B.1 เป็นข้อมูลประกอบ ข้อกำหนดอยู่ในมาตรฐานของแต่ละวิธี สำหรับการทดสอบขั้นตอนการเชื่อม ISO 15614-1:2017 ข้อ 6.3 กำหนดให้ผู้ตรวจสอบหรือหน่วยตรวจสอบทวนสอบการเชื่อมและการทดสอบชิ้นทดสอบ และข้อ 9 ให้ผู้ตรวจสอบหรือหน่วยตรวจสอบลงนามและลงวันที่ใน WPQR ทั้งสองระดับ ดูหน้า P3 และ P18

ISO 15614-1:2017 ข้อ 8.2 ผูกการรับรองไว้กับผู้ผลิตเช่นกัน การทดสอบขั้นตอนการเชื่อมที่ผู้ผลิตรายหนึ่งทำ ใช้ได้กับการเชื่อมในโรงงานหรือหน้างาน เมื่อผู้ผลิตที่ทำการทดสอบนั้นยังคงรับผิดชอบงานเชื่อมทั้งหมดที่ทำตามการทดสอบนั้น ดูหน้า P8 ส่วนอายุ ข้อ 6 ของ ISO 15607:2019 ให้การรับรองใช้ได้ไม่มีกำหนดในช่วงที่รับรอง เว้นแต่มีข้อกำหนดเป็นอย่างอื่น

WPS ต้องมีอะไร

ISO 15609-1:2004 ข้อ 4.1 กำหนดให้ pWPS และ WPS ให้ข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมดสำหรับทำรอยเชื่อม และให้ระบุช่วงและค่าเผื่อตามมาตรฐานที่ใช้รับรองและตามประสบการณ์ของผู้ผลิตเมื่อเหมาะสม หมายเหตุของข้อนี้ระบุว่าบางงานอาจจำเป็นต้องเพิ่มหรือลดรายการ รายการแบ่งเป็นสี่หมวด

ข้อของ ISO 15609-1:2004 หมวด เรื่องที่อยู่ในหมวด
4.2 เกี่ยวกับผู้ผลิต การระบุผู้ผลิต การระบุ WPS และการอ้างถึง WPQR หรือเอกสารอื่นตามที่กำหนด
4.3 เกี่ยวกับโลหะชิ้นงาน ชนิดของโลหะชิ้นงาน และขนาดของวัสดุ
4.4 ใช้กับทุกขั้นตอนการเชื่อม สิบเจ็ดหัวข้อ ตั้งแต่กระบวนการเชื่อม แบบรอยต่อ ตำแหน่งเชื่อม การเตรียมรอยต่อ เทคนิคการเชื่อม ลวดเชื่อม ตัวแปรทางไฟฟ้า ไปจนถึง preheat อุณหภูมิระหว่างชั้น PWHT แก๊สปกคลุม และ heat input
4.5 เฉพาะกลุ่มกระบวนการ กระบวนการ 111, 12, 13, 14 และ 15

หน้า P ของภาค 2 ที่เกี่ยวกับตัวแปรของ WPS มีช่อง WPS ต้องระบุอะไร ซึ่งบอกว่าตัวแปรนั้นตรงกับข้อย่อยใดของข้อ 4 ตัวอย่างแบบฟอร์มอยู่ในภาคผนวก A ของ ISO 15609-1:2004 ซึ่งเป็นข้อมูลประกอบ

ต้องเสร็จก่อนงานผลิต

ประโยคแรกของ ISO 15607:2019 ข้อ 5.1 กำหนดว่าการรับรองขั้นตอนการเชื่อมต้องทำก่อนการเชื่อมจริงในงานผลิต และข้อ 1 ถือเป็นข้อสมมติว่า WPS ถูกใช้ในงานผลิตโดยช่างเชื่อมที่มีความสามารถและผ่านการรับรองตาม ISO 9606 ส่วนที่เกี่ยวข้อง หรือผู้ควบคุมเครื่องเชื่อมที่ผ่านการรับรองตาม ISO 14732 (หน้า W13) ISO 15607:2019 จึงไม่ได้กำหนดการรับรองช่างเอง แต่เขียนโดยถือว่ามีอยู่แล้ว ข้อกำหนดให้ช่างผ่านการรับรองมาจากมาตรฐานระบบคุณภาพและมาตรฐานการใช้งาน (ดู ISO 3834 Atlas) ในทางปฏิบัติ สองการรับรองเป็นคนละเรื่องที่ต้องมีครบทั้งคู่ก่อนเริ่มเชื่อม ซึ่งเป็นแกนของบทที่ 4

คำถามท้ายบท

แนวคำตอบ
  1. เอกสารนั้นยังเป็น pWPS ISO 15607:2019 ข้อ 4 กำหนดว่า WPS ต้องจัดเป็น pWPS จนกว่าจะผ่านการรับรองด้วยวิธีที่เหมาะสมตามข้อ 5 การเขียนครบทุกหัวข้อตาม ISO 15609-1:2004 เป็นเรื่องเนื้อหาของเอกสาร ไม่ใช่การรับรอง การเริ่มเชื่อมงานผลิตก่อนจึงขัดกับประโยคแรกของข้อ 5.1 ซึ่งกำหนดให้รับรองขั้นตอนการเชื่อมก่อนการเชื่อมจริงในงานผลิต บทนำของมาตรฐานให้เหตุผลว่าสมบัติทางกลของรอยเชื่อมประเมินด้วยวิธีไม่ทำลายบนงานที่เสร็จแล้วไม่ได้
  2. ควรตรวจว่าใครรับผิดชอบงานเชื่อมที่ทำตามการทดสอบนั้น ISO 15614-1:2017 ข้อ 8.2 ให้การทดสอบขั้นตอนการเชื่อมที่ผู้ผลิตรายหนึ่งทำ ใช้ได้กับการเชื่อมในโรงงานหรือหน้างาน เมื่อผู้ผลิตที่ทำการทดสอบยังคงรับผิดชอบงานเชื่อมทั้งหมดที่ทำตามการทดสอบนั้น และ ISO 15607:2019 ข้อ 5.1 ให้ WPS จัดทำภายใต้ความรับผิดชอบของผู้ผลิต ถ้าผู้รับจ้างช่วงรับผิดชอบงานเชื่อมของตนเอง WPQR ของผู้ผลิตรายอื่นจึงไม่เข้าเงื่อนไขของข้อ 8.2 เว้นแต่ใช้ทางของขั้นตอนการเชื่อมมาตรฐานตาม ISO 15612 ซึ่งมีเงื่อนไขของตนเอง และมาตรฐานการใช้งานหรือสัญญาต้องอนุญาต