Weldability Atlas · ภาค 2 · Atlas · หน้าความเสี่ยง

Ei

ร้าวจากไฮโดรเจน

Hydrogen cracking (cold cracking) · ความเสี่ยง · EN 1011-2 ภาคผนวก C

มองแล้วรู้

รอยร้าวที่เกิดหลังรอยเชื่อมเย็นลงใกล้อุณหภูมิห้อง ใน HAZ หรือในเนื้อเชื่อม หน้านี้ตอบคำถามว่าตั้งเงื่อนไขอย่างไรไม่ให้เกิด ส่วนหน้าตาของรอยร้าว วิธีตรวจ และเกณฑ์ อยู่ในหน้า Ei ของ Defect Atlas

รอยร้าวเกิดเมื่อครบสามเงื่อนไขในจุดเดียวกัน การตัดเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่งให้ต่ำพอก็กันรอยร้าวได้ แต่ละวงมีคันโยกคนละตัว

สามเงื่อนไขและคันโยก

โครงสร้างแข็ง เกิดเมื่อ t8/5 สั้นเกิน คุมด้วย heat input และ preheat เทียบกับความหนา
ไฮโดรเจน มาจากลวดเชื่อม ฟลักซ์ แก๊ส และความชื้น คุมด้วยการเลือกลวด การเก็บ และการอบ และเร่งให้ออกได้ด้วย post-heating
ความเค้น มาจากการหดตัวที่ถูกยึดรั้ง คุมด้วยการออกแบบรอยต่อ ลำดับเชื่อม และการประกบ

ทำไมจึงสำคัญ

มาตรฐานระบุว่าทางที่ได้ผลแน่นอนที่สุดคือลดไฮโดรเจนที่เข้าสู่เนื้อเชื่อม ซึ่งเป็นคันโยกที่ถูกที่สุดในสามวงด้วย โรงงานจำนวนมากกลับเริ่มจาก preheat ซึ่งแพงกว่าและคุมยากกว่า

อ่านแล้วเข้าใจ

ระดับไฮโดรเจนของลวดเชื่อม

Method A จัดลวดเชื่อมเป็นห้าระดับตามไฮโดรเจนที่แพร่ได้ในเนื้อเชื่อม ค่าที่ใช้ต้องมาจากผู้ผลิตลวดตามสภาพการส่งมอบและการอบที่ระบุ

ระดับ ไฮโดรเจน (ml/100 g) กระบวนการที่มักอยู่ในระดับนี้
A เกิน 15 ลวดหุ้มฟลักซ์ชนิด rutile และ cellulosic
B เกิน 10 ถึง 15 ลวดหุ้มฟลักซ์ชนิด basic ลวดไส้ฟลักซ์ และ submerged arc ตามการจัดชั้นของผู้ผลิต
C เกิน 5 ถึง 10 เช่นเดียวกับ B และเป็นระดับที่พบบ่อยของ submerged arc
D เกิน 3 ถึง 5 ลวดตันของ MIG/MAG และ TIG และลวดชนิดอื่นที่ผู้ผลิตจัดชั้นถึงระดับนี้
E ไม่เกิน 3 ใช้ได้เมื่อมีการประเมินเฉพาะเท่านั้น

เมื่อไฮโดรเจนของลวดต่ำถึงระดับ E ต้องเริ่มคิดถึงไฮโดรเจนจากแก๊สปกคลุมและความชื้นในอากาศ

ตัวแปรที่ WPS ต้องคุม

ตัวแปร คุมอย่างไร อ้างอิง
สถานที่เชื่อม ระบุว่าเชื่อมในโรงงานหรือหน้างาน EN 1011-2 ข้อ 16
ความหนา ความหนารวมสูงสุดถ้าใช้ Method A หรือความหนาแผ่นถ้าใช้ Method B ข้อ 16
Heat input ช่วงที่ยอมให้ใช้ ข้อ 15 · ข้อ 16
ระดับไฮโดรเจน ระดับของลวด และการเก็บในตู้อบหรือภาชนะปิด ข้อ 7 · ข้อ 16
Tack weld ความยาว ขนาด และ preheat ข้อ 13 · ข้อ 16
Post-heating เมื่อความเสี่ยงสูง รักษาอุณหภูมิ interpass ต่ำสุด หรือเพิ่มเป็น 200 ถึง 300 °C ทันทีหลังเชื่อม อย่างน้อย 2 ชั่วโมง C.2.8
เวลารอก่อนตรวจรับ โดยทั่วไปอย่างน้อย 16 ชั่วโมง เพิ่มขึ้นเมื่อหนาเกิน 50 mm หรือความต้านแรงครากเกิน 500 N/mm² และต้องบันทึก ข้อ 18

รอยร้าวในเนื้อเชื่อม

เงื่อนไขที่กันรอยร้าวใน HAZ ได้ มักกันรอยร้าวในเนื้อเชื่อมได้ด้วย ข้อยกเว้นคือเหล็ก carbon equivalent ต่ำที่หนาเกินประมาณ 50 mm และเชื่อมด้วย heat input สูง กับงานที่ใช้เนื้อเชื่อมความแข็งแรงสูง ในกรณีเหล่านี้เนื้อเชื่อมกลายเป็นจุดอ่อนแทน HAZ และ carbon equivalent ของเนื้อเชื่อมต้องเข้ามาอยู่ในการคำนวณ

เหล็กที่ใช้สองวิธีนี้ไม่ได้

เหล็กทนการคืบและเหล็กใช้งานอุณหภูมิต่ำไม่ใช้ Method A หรือ B มาตรฐานให้ตารางอุณหภูมิ preheat และ interpass แยกตามชนิดเหล็ก ความหนา และระดับไฮโดรเจน พร้อมขีดสูงสุดของ interpass ดูหน้ากลุ่มเหล็กทนการคืบและเหล็กใช้งานอุณหภูมิต่ำ

คิดต่อ

ถ้าเจอปัญหา ให้สงสัยระบบ

โยงไป Defect Atlas

Ei รูปแบบรอยร้าว วิธีตรวจ และเกณฑ์
104 รอยร้าวที่ tack weld
501 รอยกัดขอบ ซึ่งรวมความเค้นที่ขอบแนว

คำถามท้ายหน้า

แนวคำตอบ
  1. ความเสี่ยงลดลง เพราะไฮโดรเจนในเนื้อเชื่อมลดจากช่วงเกิน 5 ถึง 10 เป็นเกิน 3 ถึง 5 ml/100 g แต่ระดับของลวดเป็นค่าตามสภาพการส่งมอบและการอบที่ผู้ผลิตระบุ ถ้าการเก็บ การอบ และการเบิกลวดไม่ถูกคุม ลวดระดับ D ที่ดูดความชื้นแล้วไม่ได้ให้ผลระดับ D
  2. ไม่เพียงพอ มาตรฐานให้ 16 ชั่วโมงเป็นค่าทั่วไป และระบุว่าต้องเพิ่มเวลาเมื่อความหนาเกิน 50 mm หรือความต้านแรงครากเกิน 500 N/mm² งานนี้เข้าทั้งสองเงื่อนไข เวลารอที่ใช้ต้องกำหนดไว้ล่วงหน้าและบันทึกในรายงานการตรวจ