Weldability Atlas · ภาค 2 · Atlas · หน้าเงื่อนไข

Tp

Preheat

Preheating temperature · เงื่อนไข · EN 1011-1 ข้อ 8.3 · EN 1011-2 ข้อ 12

มองแล้วรู้

อุณหภูมิต่ำสุดของบริเวณรอยต่อก่อนเริ่มเชื่อมแนวแรก และเป็นอุณหภูมิที่บริเวณรอยต่อต้องไม่ต่ำกว่าตลอดการเชื่อม preheat ไม่ได้ทำให้เชื่อมง่ายขึ้น หน้าที่ของมันคือเปลี่ยนวิธีที่รอยเชื่อมเย็นตัว

preheat ทำให้ HAZ ผ่านช่วง 800 ถึง 500 °C ช้าลง โครงสร้างจึงแข็งน้อยลง และทำให้รอยเชื่อมอยู่ในช่วง 300 ถึง 100 °C นานขึ้น ไฮโดรเจนจึงมีเวลาแพร่ออก

Tp Preheat temperature: อุณหภูมิต่ำสุดก่อนเริ่มแนวแรก

Ti Interpass temperature: อุณหภูมิของแนวก่อนหน้าขณะเริ่มแนวถัดไป มีทั้งขีดต่ำสุดและขีดสูงสุด

Tm Preheat maintenance temperature: อุณหภูมิต่ำสุดที่ต้องรักษาไว้เมื่อหยุดเชื่อมกลางคัน

ทำหน้าที่สามอย่าง

ทำไมจึงสำคัญ

preheat เป็นเงื่อนไขที่แพงและช้า จึงเป็นเงื่อนไขแรกที่ถูกข้ามเมื่องานเร่ง และผลของการข้ามไม่ปรากฏทันที รอยร้าวเกิดหลังจากนั้นหลายชั่วโมง ตอนที่ชิ้นงานอาจถูกตรวจรับไปแล้ว

อ่านแล้วเข้าใจ

สี่ตัวแปรที่กำหนดค่า

ค่า preheat ไม่ใช่สมบัติของเกรดเหล็ก มาตรฐานคิดจากสี่ตัวแปรพร้อมกัน และยอมรับว่าตัวแปรที่ห้าคือการยึดรั้งยังคิดเป็นตัวเลขไม่ได้

ตัวแปร เมื่อเพิ่มขึ้น preheat Method A Method B
ส่วนผสมของเหล็ก สูงขึ้น CE CET
ความหนา สูงขึ้น ผลลดลงเมื่อหนามาก ความหนารวมของรอยต่อ ความหนาแผ่น
ไฮโดรเจนของเนื้อเชื่อม สูงขึ้น ระดับ A ถึง E ค่า HD เป็น ml/100 g
Heat input ลดลง แกนของกราฟ ค่า Q เป็น kJ/mm
การยึดรั้ง สูงขึ้น ไม่มีในกราฟ ไม่มีในสูตร

สูตรของ Method B

Tp = 697 × CET + 160 × tanh(d/35) + 62 × HD0.35 + (53 × CET − 32) × Q − 328

ใช้ได้เมื่อ CET อยู่ระหว่าง 0.2 ถึง 0.5 % ความหนา d ระหว่าง 10 ถึง 90 mm ไฮโดรเจน HD ระหว่าง 1 ถึง 20 ml/100 g และ heat input Q ระหว่าง 0.5 ถึง 4.0 kJ/mm

ตัวอย่าง: CET 0.30 % แผ่นหนา 30 mm ไฮโดรเจน 5 ml/100 g heat input 1.0 kJ/mm ได้ Tp ประมาณ 85 °C ถ้าเปลี่ยนเป็นลวดที่ให้ไฮโดรเจน 10 ml/100 g ค่าขึ้นเป็นประมาณ 115 °C

กฎประมาณที่จำง่าย: CET เพิ่ม 0.01 % ทำให้ preheat เพิ่มราว 7.5 °C

วัดที่ไหน ใช้กับอะไร

ต้องเข้มขึ้นและผ่อนได้เมื่อใด

เข้มขึ้น ชิ้นงานหนาเกินประมาณ 50 mm · แนวรากของรอยต่อบากสองด้าน · เนื้อเชื่อมความแข็งแรงสูงหรือแมงกานีสเกินประมาณ 1.5 % · เหล็กกำมะถันต่ำมาก ซึ่งชุบแข็งได้ง่ายขึ้น
ผ่อนได้ ให้ความร้อนทั้งชิ้นหรือเป็นแถบกว้าง · ทางพาความร้อนออกมีจำกัด · ใช้ลวดออสเทนนิติกหรือนิกเกิลสูง · รอยเชื่อมฉากที่ประกบชิด ช่องว่างไม่เกิน 0.5 mm
รอยเชื่อมฉาก สองวิธีมองต่างกัน Method A ให้ค่าสูงกว่ารอยต่อชน เพราะความหนารวมมากกว่า Method B ระบุว่ารอยเชื่อมฉากชั้นเดียวมีความเค้นต่ำกว่า จึงอาจใช้ค่าต่ำกว่าได้ราว 60 °C

ใน Method A มาตรฐานระบุว่าทางที่ได้ผลที่สุดเมื่อเงื่อนไขไม่พอคือลดไฮโดรเจน ส่วน Method B ถือว่า preheat เป็นวิธีที่ได้ผลมาก และให้ลดไฮโดรเจนด้วย post-heating ในบางกรณี

แยกตามวัสดุ

เหล็กเฟอร์ริติก กลุ่ม 1 ถึง 4: หาจาก Method A หรือ Method B ดูบทที่ 6 ถึง 8 ยกเว้นเหล็กทนการคืบในกลุ่ม 1 เช่น 16Mo3 · เหล็กทนการคืบและเหล็กใช้งานอุณหภูมิต่ำ: ใช้ตารางของภาคผนวก C.4 ดูหน้ากลุ่ม 5, 6 และ 9 · กลุ่ม 11: อยู่นอกช่วงของทั้งสองวิธี
เหล็กกล้าไร้สนิม ออสเทนนิติก: ไม่ใช้ · duplex: ไม่จำเป็น ใช้ได้ไม่เกิน 100 °C เพื่อไล่ความชื้นที่ผิว · เฟอร์ริติกและมาร์เทนซิติก: 200 ถึง 300 °C ในบางชนิดและความหนา ดูหน้ากลุ่ม 7
อะลูมิเนียม ใช้เพื่อไล่ความชื้นและสมดุลความร้อน มีขีดสูงสุด 120 °C หรือ 100 °C สำหรับชุด 7xxx และใช้เวลาสั้นที่สุด ดูหน้า Soft และหน้า Por

ต้องระบุและบันทึกอะไร

รายการ ระบุที่ไหน หลักฐาน
ค่า preheat ต่ำสุด และค่าสูงสุดเมื่อวัสดุมีขีด WPS ค่าที่วัดได้ พร้อมเวลาและผู้วัด
วิธีที่ใช้หาค่า และตัวแปรที่ใช้ เอกสารประกอบ WPS การคำนวณ หรือผลทดสอบขั้นตอนการเชื่อม
จุดวัด ระยะจากแนว และเครื่องมือวัด WPS บันทึกการวัด
วิธีให้ความร้อนและความกว้างของแถบ WPS หรือขั้นตอนของโรงงาน บันทึกการตรวจระหว่างงาน

คิดต่อ

ถ้าเจอปัญหา ให้สงสัยระบบ

โยงไป Defect Atlas

Ei รอยร้าวจากไฮโดรเจน
104 รอยร้าวที่ tack weld
601 รอยอาร์กนอกแนวบนชิ้นงานเย็น

คำถามท้ายหน้า

แนวคำตอบ
  1. Tp = 697 × 0.34 + 160 × tanh(30/35) + 62 × 50.35 + (53 × 0.34 − 32) × 1.0 − 328 ได้ประมาณ 115 °C สูงกว่าตัวอย่างประมาณ 30 °C ซึ่งตรงกับกฎประมาณ: CET ต่างกัน 0.04 คูณ 7.5 °C ต่อ 0.01
  2. Tp ลดลง จากประมาณ 85 °C เหลือประมาณ 69 °C เพราะ heat input ที่สูงขึ้นทำให้เย็นตัวช้าลง ข้อจำกัดคือเวลาเย็นตัวที่ยาวเกินทำให้เกรนของ HAZ หยาบและความเหนียวลดลง และสูตรใช้ได้ถึง 4.0 kJ/mm เท่านั้น